วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ข้อสอบ O-NET (คอมพิวเตอร์)

คำสั่ง ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท(X)ทับข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว

1.ข้อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่นำมาใช้บนอุปกรณ์พกพา
ประเภท  Smartphone.
1.  Ubumtu       2.  Iphone  os3.  Android      4.  Symbian
เฉลยข้อ  1
2.ไฟล์ประเภทใดในข้อต่อไปนี้เก็บข้อมูลในลักษณะตัวอักษร.
1.  ไฟล์เพลง  MP 3 (mp 3)
2.  ไฟล์รูปประเภท  JPEG (jpeg)
3.  ไฟล์แสดงผลหน้าเว็บ (html)
4.  ไฟล์วีดีโอประเภท  Movie (movie)
เฉลยข้อ  3
3.ลิขสิทธิ์โปรแกรมประเภทรหัสเปิด(Open Source)อนุญาต
ให้ผู้ใช้ทำอะไรได้บ้าง.
ก.  นำโปรแกรมมาใช้งานโดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์
ข.  ทดลองใช้โปรแกรมก่อนถ้าพอใจจึงจ่ายค่าลิขสิทธิ์
ค.  แก้ไขปรับปรุงโปรแกรมเองได้
1.  ข้อ  ก กับ  ข้อ  ค      2.  ข้อ  ข  กับ  ข้อ  ค
3.  ข้อ  ข  อย่างเดียว     4.  ข้อ  ก  อย่างเดียว

เฉลยข้อ  4
4.ระบบกระดานสนทนาหรือเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งมีความต้องการดังนี้
ก.  ต้องให้ผู้ใช้สามารถตั้งกระทู้โต้ตอบกันได้โดยผู้ใช้
ต้องแสดงตัวตน(ล็อกอิน)เพื่อเข้าระบบก่อน
ข.  ผู้ใช้สามารถตั้งกระทู้หรือเข้าไปตอบกระทู้ที่ตั้งไว้แล้วได้
ค.  ระบบจะบันทึกชื่อผู้ตั้งและผู้ตอบไว้ด้วย
ในการออกแบบฐานข้อมูลดังกล่าวข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง.
1.  ต้องสร้างตารางผู้ใช้ ตารางกระทู้และตารางคำตอบ
2.  ไม่ต้องสร้างตารางผู้ใช้เนื่องจากสามารถบันทึกชื่อ
ผู้ใช้ในตารางกระทู้และตารางคำตอบได้เลย
3.  ต้องสร้างตารางผู้ใช้และตารางกระทู้ส่วนคำตอบจะอยู่
ในตารางกระทู้อยู่แล้ว
4.  ไม่ต้องสร้างตารางกระทู้เพราะสามารถบันทึกกระทู้ที่ผู้ใช้
ตั้งในตารางผู้ใช้ได้เลย

เฉลยข้อ  45.ห้องสมุดแห่งหนึ่งต้องการพัมนาระบบยืมหนังสือโดยสามารถ
บันทึกข้อมูลการยืมหนังสือลงบนบัตรอิเลคโทรนิกส์โดยไม่ต้อง
เขียนด้วยมือระบบนี้ควรใช้เทคโนโลยีในข้อใด.
1.  Smart  Card          2.  Fingerprint
3.  Barcode                 4.  WiFi
เฉลยข้อ  3
6.ข้อใดเป้นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเมื่อค้นคว้า
หาข้อมูลจากอินเทอร์เนตมาทำรายงาน.
1.  คัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์
2.  ใช้เนื้อหาจากกระดานสนทนา(Web board)มาใส่ในรายงาน
3.  นำรูปภาพจากเว็บไซต์มาใส่ในรายงาน
4.  อ้างอิงชื่อผู้เขียนบทความ

เฉลยข้อ  4
5.ห้องสมุดแห่งหนึ่งต้องการพัมนาระบบยืมหนังสือโดยสามารถ
บันทึกข้อมูลการยืมหนังสือลงบนบัตรอิเลคโทรนิกส์โดยไม่ต้อง
เขียนด้วยมือระบบนี้ควรใช้เทคโนโลยีในข้อใด.
1.  Smart  Card          2.  Fingerprint
3.  Barcode                 4.  WiFi
เฉลยข้อ  3
6.ผู้ประกอบอาชีพเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ต้องเชี่ยวชาญความรู้
ด้านใดบ้างจากตัวเลือกต่อไปนี้.
ก.  ฮาร์แวร์คอมพิวเตอร์       ข.  ระบบปฎิบัติการ
ค.  เว็บเซิร์ฟเวอร์                   ง.  HTML
จ.  ระบบฐานข้อมูล                ฉ.  ภาษาจาวา(Java)
1.  ข้อ  ก และ ค                    2.  ข้อ  ข  และ  จ
3.  ข้อ  ค  และ  ง                   4.  ข้อ  ค  และ  ฉ
เฉลยข้อ  3
7.ข้อใดเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายทั้งหมด.
1.  Wi-Fi  ,  IP              2.  Wi-Fi  ,Bluetooth
3.  3G  ADSL                4.  3G    Ethernet
เฉลยข้อ  2
8.ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียของการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์.
1.  การทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์มีความผิดทางอาญา
2.  เป็นช่องทางหนึ่งในการระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์
3.  ผู้ใช้จะไม่ได้รับการบริการจากผู้พัมนาถ้าหากมีปัญหาการใช้งาน
4.  ทำให้ผู้พัมนาซอฟแวร์ไม่มีรายได้เพื่อประกอบการและพัฒนาต่อไปได้
เฉลยข้อ  2
9.ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด.
1.  การบันทึกข้อมูลลงแผ่นดีวีดีใช้เทคโนโลยีแบบแม่เหล็ก
2.  หมายเลขไอพีเป็นหมายเลขที่ใช้กำกับ  Network Interce Card
3.  หน่วยความจำสำรองเป็นหน่วยความจำที่มีคุณลักษณะแบบ Volntile
4.  รหัส ACIIและEBCIDICเป็นการวางรหัสตัวอักษรที่ใช้ขนาด  8 บิด
เฉลยข้อ  3 

10.ข้อมูลเมื่อผ่านการประมวลผลแล้ว จะได้อะไร
ก. Document
ข.Report
ค. Information
ง. Output
จ. Database
เฉลย ค. Information

ที่มา : https://krupaga.wordpress.com/category ปี 2557
ที่มา : http://natchapon21.blogspot.com/2012/02/o-net.html ปี 2555

คำสั่ง SQL

SQL GROUP BY

SQL GROUP BY 
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยใช้หาผลรวมของคอลัมน์จากแถวใน Column ที่ระบุและทำการรวม Group ภายใต้ Column ที่อยู่หลัง GROUP BY 

Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle

Syntax

SELECT Column,SUM(Column) FROM [Table-Name] GROUP BY Column


Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
C002
John Smithjohn.smith@thaicreate.com
EN
2000000800000
C003
Jame Bornjame.born@thaicreate.com
US
3000000600000
C004
Chalee Angelchalee.angel@thaicreate.com
US
4000000100000


Sample1 การเลือกข้อมูลผลรวมของ Budget โดยแบ่ง Group ตาม CountryCode 

SELECT CountryCode,SUM(Budget) AS SumBudget FROM customer GROUP BY CountryCode

Output 

CountryCode
SumBudget
EN
2000000
TH
1000000
US
7000000


ที่มา : http://www.thaicreate.com/tutorial/sql-group-by.html


SQL DELETE

SQL UPDATE 
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับลบข้อมูลในตาราง (Table) โดยสามารถทำการลบได้หลาย Record ภายในคำสั่งเดียว หรือว่า Record เดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Where ที่ผูใช้เขียนขึ้นด้วย

Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle

Syntax

DELETE FROM [Table-Name] WHERE clause


Table : country
CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states
JP
Japan


Sample1 การลบข้อมูลลงใน Table 

DELETE FROM country WHERE CountryCode = 'JP'

Output 

CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states

ที่มา : http://www.thaicreate.com/tutorial/sql-delete.html


SQL INSERT

SQL INSERT 
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับเพิ่มข้อมูลลงในตาราง (Table) โดยสามารถเพิ่มได้ทั้งแถวหรือว่าเพิ่มในส่วนของแต่ละฟิวด์

Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle

Syntax

INSERT INTO [Table-Name] (Column1,Column2,Column3,...) VALUES ('Value1','Value2','Value3',...)


Table : country
CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states


Sample1 การเพิ่มข้อมูลลงใน Table 

INSERT INTO country VALUES ('CH','Chaina')
หรือ
INSERT INTO country (CountryCode,CountryName) VALUES ('CH','Chaina')

Output 

CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states
CH
Chaina

ที่มา : http://www.thaicreate.com/tutorial/sql-insert.html


SQL UPDATE

SQL UPDATE 
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแก้ไขข้อมูลในตาราง (Table) โดยสามารถทำการแก้ไขได้หลายฟิวด์และหลาย Record ภายในคำสั่ง 1 คำสั่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Where ที่ผู้ใช้ได้เขียนขึ้น 

Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle

Syntax

UPDATE [Table-Name] SET Column1='Value1',Column2='Value2',... WHERE clause


Table : country
CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states
CH
Chaina


Sample1 การแก้ไขข้อมูลลงใน Table 

UPDATE country SET CountryCode = 'JP',CountryName='Japan' WHERE CountryCode = 'CH'

Output 

CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states
JP
Japan

ที่มา : http://www.thaicreate.com/tutorial/sql-update.html


SQL UNION

SQL UNION 
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการรวมหลาย Query มารวมให้ใน Table เดียวกับ โดยจำนวน คอลัมบ์หรือฟิวด์นั้นจะต้องเท่ากันด้วย

Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle

Syntax

SELECT Column1,Column2,... FROM [Table-Name]
UNION
SELECT Column1,Column2,... FROM [Table-Name]
...


Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
C002
John Smithjohn.smith@thaicreate.com
EN
2000000800000
C003
Jame Bornjame.born@thaicreate.com
US
3000000600000
C004
Chalee Angelchalee.angel@thaicreate.com
US
4000000100000

Table : country
CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states


Sample1 การรวมข้อมูลของตาราง customer และ country

SELECT CustomerID,Name FROM customer
UNION
SELECT CountryCode,CountryName FROM country

Output 

CustomerID
Name
C001
Win Weerachai
C002
John Smith
C003
Jame Born
C004
Chalee Angel
TH
Thailand
EN
English
US
United states

ที่มา : http://www.thaicreate.com/tutorial/sql-union.html


SQL DISTINCT

SQL DISTINCT
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยทำการเลือกข้อมูลที่ซ้ำกันมาเพียงแค่ Record เดียว 

Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle

Syntax

SELECT DISTINCT Column1,Column2,Column3,... FROM [Table-Name]


Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
C002
John Smithjohn.smith@thaicreate.com
EN
2000000800000
C003
Jame Bornjame.born@thaicreate.com
US
3000000600000
C004
Chalee Angelchalee.angel@thaicreate.com
US
4000000100000


Sample1 การเลือกข้อมูล CountryCode ที่ไม่ซ้ำกัน 

SELECT DISTINCT CountryCode FROM customer

Output 

CountryCode
TH
EN
US

ที่มา : http://www.thaicreate.com/tutorial/sql-distinct.html


SQL ALIAS

SQL ALIAS 
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดย ALIAS คือการสร้างชื่อจำลองขึ้นมาใหม่ โดยสามารถจำลองชื่อได้ทั้งชื่อ Field และชื่อ Table 

Database : MySQL 

Syntax

SELECT Column1 AS Alias1,Column2 AS Alias2,Column3 AS Alias3,... FROM [Table-Name1] Table Alias


Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
C002
John Smithjohn.smith@thaicreate.com
EN
2000000800000
C003
Jame Bornjame.born@thaicreate.com
US
3000000600000
C004
Chalee Angelchalee.angel@thaicreate.com
US
4000000100000


Sample1 การเลือกข้อมูลตาราง customer โดยทำการ Alias เปลี่ยนชื่อฟิวด์ขึ้นมาใหม่

SELECT CustomerID AS CusID,Name AS CusName,Email AS CusEmail FROM customer

Output 

CusID
CusName
CusEmail
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
C002
John Smithjohn.smith@thaicreate.com
C003
Jame Bornjame.smith@thaicreate.com
C004
Chalee Angelchalee.angel@thaicreate.com


Sample2 การเลือกข้อมูลตาราง customer,audit โดยทำการ Alias เปลี่ยนชื่อ Table เพื่อง่านต่อการเรียกใช้งาน 

SELECT X.*,Y.* FROM customer X
LEFT JOIN audit Y ON X.CustomerID = Y.CustomerID
WHERE X.CustomerID = 'C001'

Output 

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
AuditID
CustomerID
Date
Used
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
1
C001
2008-08-01
100000
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
2
C001
2008-08-05
200000
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
3
C001
2008-08-10
300000


Sample3 การเลือกข้อมูลตาราง customer โดยทำการ Alias เปลี่ยนชื่อ Table เพื่อง่านต่อการเรียกใช้งาน 

SELECT X.CustomerID,X.Name FROM customer X

Output 

CusID
CusName
C001
Win Weerachai
C002
John Smith
C003
Jame Born
C004
Chalee Angel

ที่มา : http://www.thaicreate.com/tutorial/sql-alias.html


SQL WHERE

SQL WHERE 
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) คำสั่ง SQL WHERE สามารถระบุเงื่อนไขในการเลือกข้อมูลได้ 1 เงื่อนไข หรือมากกว่า 1 เงื่อนไข

Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle

Syntax

SELECT Column1, Column2, Column3,... FROM Table-Name WHERE [Field] = 'Value'


Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
C002
John Smithjohn.smith@thaicreate.com
EN
2000000800000
C003
Jame Bornjame.born@thaicreate.com
US
3000000600000
C004
Chalee Angelchalee.angel@thaicreate.com
US
4000000100000


Sample1 การเลือกข้อมูลโดยใช้ Operators = (เท่ากับ) 

SELECT * FROM customer WHERE CountryCode = 'US'
หรือ แบบ 2 เงื่อนไข ใช้ and เข้ามาเชื่อม วลี
SELECT * FROM customer WHERE CountryCode = 'US' and Budget = '4000000'

Output 

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C003
Jame Bornjame.smith@thaicreate.com
US
3000000600000
C004
Chalee Angelchalee.angel@thaicreate.com
US
4000000100000

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C004
Chalee Angelchalee.angel@thaicreate.com
US
4000000100000


Sample2 การเลือกข้อมูลโดยใช้ Operators != (ไม่เท่ากับ) 

SELECT * FROM customer WHERE CountryCode != 'US'
หรือ แบบ 2 เงื่อนไข ใช้ and เข้ามาเชื่อม วลี
SELECT * FROM customer WHERE CountryCode != 'US' and CountryCode != 'EN'
หรือจะใช้ or
SELECT * FROM customer WHERE CountryCode != 'US' or Budget = '1000000'

Output 

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
C002
John Smithjohn.smith@thaicreate.com
EN
2000000800000

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
C002
John Smithjohn.smith@thaicreate.com
EN
2000000800000

ที่มา : http://www.thaicreate.com/tutorial/sql-where.html


SQL Database & Table

รู้จักกับภาษา SQL ? SQL หรือ Structured Query Language 
เป็นภาษาที่ใช้ในการติดต่อกับฐานข้อมูลหรือพูดอีกอย่างก็คือ เป็นภาษาที่ใช้ในการสั่งให้ฐานฐานข้อมูลกระทำการใด ๆ ตามคำสั่งที่เราสั่ง ซึ่งในการติดต่อฐานข้อมูลนั้น ไม่ว่าจะเป็น SQL Server , Microsoft Access , MySQL ,DB2 หรือแม้แต่ Oracle ก็จะต้องใช้คำสั่งภาษา SQL ในการควบคุมทั้งสิ้น และเราจะมาเรียนรู้ถึงคำสั่งพื้นฐาน ของ SQL ที่จำเป็นกัน

แต่ก่อนอื่นต้องทราบศัพท์ที่ใช้เรียกในตารางฐานข้อมูลก่อนนะครับสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักคำว่า ฟิลด์(Field) และ เรกคอร์ด(Record) 
 
โดยส่วนใหญ่แล้วการใช้คำสั่ง SQL เพื่อติดต่อฐานข้อมูลนั้น จะใช้โดยหลักคือ 3 กรณี 

1. การเรียกดู
2. การแก้ไข ลบ, เพิ่ม, เปลี่ยนแปลง
3. การสร้างขึ้นใหม่ 



สำหรับตัวอย่างในบทเรียนนี้ ผมได้สร้าง Table ขึ้นมา 3 Table ครับ
1.customer เป็นตารางเก็บข้อมูลลูกค้า
2.audit เป็นตารางเก็บข้อมูลการใช้ยอดเงินลูกค้า
3.country เป็นตารางเก็บข้อมูลประเทศ


Table : Customer

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachaiwin.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000600000
C002
John Smithjohn.smith@thaicreate.com
EN
2000000800000
C003
Jame Bornjame.born@thaicreate.com
US
3000000600000
C004
Chalee Angelchalee.angel@thaicreate.com
US
4000000100000


Table : audit

AuditID
CustomerID
Date
Used
1
C001
2008-07-01
100000
2
C001
2008-07-05
200000
3
C001
2008-07-10
300000
4
C002
2008-07-02
400000
5
C002
2008-07-07
100000
6
C002
2008-07-15
300000
7
C003
2008-07-20
400000
8
C003
2008-07-25
200000
9
C004
2008-07-04
100000


Table : country

CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states

ที่มา : http://www.thaicreate.com/tutorial/sql-database-introduction.html



วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฟังก์ชันใน PHP

       ฟังก์ชันในโปรแกรมส่วนใหญ่ได้รับการเรียกคำสั่งเพื่อทำงานอย่างเดียว สิ่งนี้ทำให้คำสั่งอ่านได้ง่ายและยอมให้ใช้คำสั่งใหม่แต่ละครั้งเมื่อต้องการทำงานเดียวกัน
ฟังก์ชันเป็นโมดูลเก็บคำสั่งที่กำหนดการเรียกอินเตอร์เฟซ ทำงานเดียวกัน และตัวเลือกส่งออกค่าจากการเรียกฟังก์ชัน คำสั่งต่อไปเป็นการเรียกฟังก์ชันอย่างง่าย
my_function ();
       คำสั่งเรียกฟังก์ชันชื่อ my_function ที่ไม่ต้องการพารามิเตอร์ และไม่สนใจค่าที่อาจจะส่งออกโดยฟังก์ชันนี้
   ฟังก์ชันจำนวนมากได้รับการเรียกด้วยวิธีนี้ เช่น ฟังก์ชัน phpinfo () สำหรับแสดงเวอร์ชันติดตั้งของ PHP สารสนเทศเกี่ยวกับ PHP การตั้งค่าแม่ข่ายเว็บ ค่าต่างๆ ของ PHP และตัวแปร ฟังก์ชันนี้ไม่ใช้พารามิเตอร์และโดยทั่วไปไม่สนใจค่าส่งออก ดังนั้นการเรียก phpinfo () จะประกอบขึ้นดังนี้

phpinfo ();


เรียน PHP กับการสร้างฟังก์ชั่น ใช้งานเอง

ตัวอย่าง : การสร้างฟังก์ชั่น PHP


การกำหนดฟังก์ชันและการเรียกฟังก์ชัน

       การประกาศฟังก์ชันเริ่มต้นด้วยคีย์เวิร์ด function กำหนดชื่อฟังก์ชัน พารามิเตอร์ที่ต้องการ และเก็บคำสั่งที่จะประมวลผลแต่ละครั้งเมื่อเรียกฟังก์ชันนี้
<?php
function function_name(parameter1,…)
{
ชุดคำสั่ง
}
?>
ชุดคำสั่งต้องเริ่มต้นและสิ้นสุดในวงเล็บปีกกา ({ }) ตัวอย่างฟังก์ชัน my_function
<?php
function my_function()
{
$mystring =<<<BODYSTRING
my function ได้รับการเรียก
BODYSTRING;
echo $mystring;
}
?>
การประกาศฟังก์ชันนี้ เริ่มต้นด้วย function ดังนั้นผู้อ่านและตัวกระจาย PHP ทราบว่าต่อไปเป็นฟังก์ชันกำหนดเอง ชื่อฟังก์ชันคือ my_function การเรียกฟังก์ชันนี้ใช้ประโยคคำสั่งนี้
my_function ();
การเรียกฟังก์ชันนี้จะให้ผลลัพธ์เป็นข้อความ "my function ได้รับการเรียก " บน browser
       การตั้งชื่อฟังก์ชัน
   สิ่งสำคัญมากในการพิจารณาเมื่อตั้งชื่อฟังก์ชันคือชื่อต้องสั้นแต่มีความหมาย ถ้าฟังก์ชันสร้างส่วนตัวของเพจควรตั้งชื่อเป็น pageheader () หรือ page_header ()
ข้อจำกัดในการตั้งชื่อคือ
  • ฟังก์ชันไม่สามารถมีชื่อเดียวกับฟังก์ชันที่มีอยู่
  • ชื่อฟังก์ชันสามารถมีได้เพียงตัวอักษรตัวเลข และ underscore
  • ชื่อฟังก์ชันไม่สามารถเริ่มต้นด้วยตัวเลข
หลายภาษายอมให้ใช้ชื่อฟังก์ชันได้อีก ส่วนการทำงานนี้เรียกว่า function overload อย่างไรก็ตาม PHP ไม่สนับสนุน function overload ดังนั้นฟังก์ชันไม่สามารถมีชื่อเดียวกันกับฟังก์ชันภายใน หรือฟังก์ชันกำหนดเองที่มีอยู่
   หมายเหตุ ถึงแม้ว่าทุกสคริปต์ PHP รู้จักฟังก์ชันภายในทั้งหมด ฟังก์ชันกำหนดเองอยู่เฉพาะในสคริปต์ที่ประกาศสิ่งนี้หมายความว่า ชื่อฟังก์ชันสามารถใช้ในคนละไฟล์แต่อาจจะไปสู่ความสับสน และควรหลีกเลียง
ชื่อฟังก์ชันต่อไปนี้ถูกต้อง
name ()
name2 ()
name_three ()
_namefour ()
ชื่อไม่ถูกต้อง
5name ()
Name-six ()
fopen ()
   การเรียกฟังก์ชันไม่มีผลจากชนิดตัวพิมพ์ ดังนั้นการเรียก function_name (), Function_Name() หรือ FUNCTION_NAME() สามารถทำได้และมีผลลัพธ์เหมือนกัน แต่แบบแผนการกำหนดชื่อฟังก์ชันใน PHP ให้ใช้ตัวพิมพ์เล็ก
ชื่อฟังก์ชันแตกต่างจากชื่อตัวแปร โดยชื่อตัวแปรเป็นชนิดตัวพิมพ์มีผล ดังนั้น $Name และ $name เป็น 2 ตัวแปร แต่ Name () และ name () เป็นฟังก์ชันเดียวกัน
       การหยุดประมวลผลภายในฟังก์ชัน
   คีย์เวิร์ด return หยุดการประมวลผลฟังก์ชัน ฟังก์ชันสิ้นสุดได้เพราะประโยคคำสั่งทั้งหมดได้รับการประมวลผล หรือ ใช้คีย์เวิร์ด return การประมวลผลกลับไปยังประโยคคำสั่งต่อจากการเรียกฟังก์ชัน
<?php
function division($x, $y)
{
if ($y == 0 || !isset($y))
{
echo " ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า" ;
return;
}
$result = $x / $y;
echo $result;
}
?>
   ถ้าประโยคคำสั่ง return ได้รับการประมวลผล บรรทัดคำสั่งต่อไปในฟังก์ชันจะถูกข้ามไป และกลับไปยังผู้เรียกฟังก์ชันนี้ ในฟังก์ชันนี้ ถ้า y เป็น 0 จะหยุดการประมวลผล ถ้า y ไม่เท่ากับ 0 จะคำนวณผลหาร
สมมติป้อนค่าเป็น
x = 4, y = 0
x = 4
x = 4, y = 2
    ผลลัพธ์ของคำสั่ง คือ
x = 4, y = 0 ผลลัพธ์ ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า
x = 4, y = ผลลัพธ์ ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า
x = 4, y = 2 ผลลัพธ์ 2
       การเรียกฟังก์ชัน
   เมื่อฟังก์ชันได้รับการประกาศหรือสร้างขึ้นแล้ว การเรียกฟังก์ชันสามารถเรียกมาจากที่ใดๆ ภายในสคริปต์ หรือ จากไฟล์ที่มีการรวมด้วยประโยคคำสั่ง include() หรือ require()
ตัวอย่าง ฟังก์ชัน show_message() เก็บอยู่ในไฟล์ fn_ 03 _keeper.php ส่วนผู้เรียกอยู่ในสคริปต์ fn_ 03 _caller.php
<?php
include("fn_ 03 _keeper.php");
show_message();

?>

พารามิเตอร์

       ตามปกติฟังก์ชันส่วนใหญ่ต้องการรับสารสนเทศจากผู้เรียกสำหรับการประมวลผล โดยทั่วไปเรียกว่า พารามิเตอร์
       ไวยากรณ์พื้นฐาน
   การกำหนดฟังก์ให้รับพารามิเตอร์ส่งผ่านโดยการวางข้อมูล ชื่อตัวแปรที่เก็บข้อมูลภายในวงเล็บหลังชื่อฟังก์ชัน การเรียกฟังก์ชันที่ประกอบด้วยพารามิเตอร์เขียนดังนี้
<?php
function show_parameter($param1, $param2, $param3)
{
echo <<<PARAM
รายการพารามิเตอร์ <br/>
param1: $param1 <br/>
param2: $param2 <br/>
param3: $param3 <br/>
PARAM;
}
?>
       พารามิเตอร์ที่ส่งไปยังฟังก์ชันแยกกันเครื่องหมายจุลภาคภายในวงเล็บ โดยสามารถส่งเป็นนิพจน์สำหรับแต่ละพารามิเตอร์ด้วย ตัวแปร ค่าคงที่ ผลลัพธ์จากการคำนวณ รวมถึงการเรียกฟังก์ชัน
scope ของพารามิเตอร์จำกัดภายในฟังก์ชัน ถ้าชื่อตัวแปรเหมือนกับตัวแปรใน scope ระดับอื่น พารามิเตอร์นี้ "ระบุ" เป็นตัวแปรภายในที่ไม่มีผลกับตัวแปรภายนอกฟังก์ชัน
      การส่งผ่านโดยค่า(By Value)
   ตามปกติการส่งผ่านพารามิเตอร์ไปยังฟังก์ชันเป็นการส่งผ่านค่า การเปลี่ยนแปลงจะจำกัดภายในเฉพาะภายในฟังก์ชัน
ตัวอย่างฟังก์ชัน new_value () ที่ยอมให้เพิ่มค่า อาจจะเขียนคำสั่งดังนี้
<?php
function new_value($value, $increment= 1)
{
$value = $value + $increment;
}
$value = 10 ;
new_value($value);
echo "$value<br/>\n";
?>
     คำสั่งนี้ใช้ไม่ได้ ผลลัพธ์จะเป็น "10" ค่าใหม่ของ $value ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
สิ่งนี้เป็นเพราะกฎ scope คำสั่งนี้สร้างตัวแปรเรียกว่า $value เป็น 10 เมื่อเรียกฟังก์ชัน new_value () ตัวแปร $value ในฟังก์ชันได้รับการสร้างเมื่อเรียกฟังก์ชัน ค่า 1 ได้รับการเพิ่มให้กับตัวแปร ดังนั้นค่าของ $value คือ 11 ภายในฟังก์ชัน จนกระทั่งสิ้นสุดฟังก์ชัน แล้วกลับไปยังคำสั่งที่เรียกภายในคำสั่งนี้ ตัวแปร $value เป็นอีกตัวแปร global scope และไม่มีการเปลี่ยนแปลง
       การส่งผ่านโดยการอ้างอิง (By Reference)
   ตามตัวอย่างฟังก์ชัน new_value ถ้าต้องการให้ฟังก์ชันเปลี่ยนแปลงค่าได้ มีวิธีหนึ่งในการแก้ไขคือ ประกาศ $value ในฟังก์ชันเป็น global แต่หมายความว่าในการใช้ฟังก์ชันนี้ ตัวแปรที่ต้องการเพิ่มค่าต้องตั้งชื่อเป็น $value แต่มีวิธีดีกว่าคือ ใช้การส่งผ่านโดยการอ้างอิง
   การอ้างอิงไปตัวแปรต้นทางแทนที่มีค่าของตัวเอง การปรับปรุงไปยังการอ้างอิงจะมีผลกับตัวแปรต้นทางด้วย
การระบุพารามิเตอร์ที่ใช้การส่งผ่านโดยการอ้างอิงให้วาง ampersand (&) หน้าชื่อพารามิเตอร์ในข้อกำหนดฟังก์ชัน
ตัวอย่าง new_value () ได้รับปรับปรุงให้มี 1 พารามิเตอร์ส่งผ่านโดยการอ้างอิงและทำงานได้อย่างถูกต้อง
<?php
function new_value(&$value, $increment=1)
{
$value = $value + $increment;
}
?>
     คำสั่งทดสอบฟังก์ชัน ให้พิมพ์ 10 ก่อนการเรียก increment () และ 11 ภายหลัง
ในการส่งค่าโดยการอ้างอิงต้องส่งเป็นตัวแปรไม่สามารถกำหนดค่าคงที่โดยตรง
       จำนวนตัวแปรของพารามิเตอร์
   การส่งผ่านพารามิเตอร์ไปยังฟังก์ชันนั้น การควบคุมของ PHP ได้กำหนดฟังก์ชันจำนวนหนึ่งให้ยอมรับจำนวนตัวแปรของพารามิเตอร์ ได้แก่ func_num_args, func_get_arg และ func_get_args
func_num_args() บอกจำนวนพารามิเตอร์ไปยังฟังก์ชันที่เรียก func_get_arg() แสดงค่าของพารามิเตอร์ตามดัชนี และ func_get_args() ส่งออก array ของพารามิเตอร์
<?php
function show_pass_value()
{
$idx = count(func_get_args());
echo " จำนวนพารามิเตอร์ $idx <br/>\n";
if ($idx > 0)
    echo ">> ใช้ฟังก์ชัน func_get_arg<br/>\n";
for ($i = 0 ; $i < $idx; $i++)
{
echo " พารามิเตอร์ที่ $i ค่า: ". func_get_arg($i)."<br/>\n";
}
if ($idx > 0)
    echo ">> ใช้ฟังก์ชัน func_get_args<br/>\n";
$params = func_get_args();
foreach ($params as $index => $val)
{
echo " พารามิเตอร์ที่ $index ค่า: $val<br/>\n";
}
echo " *********<br/>\n";
}
$x = 4 ;
show_pass_value("one", "two", 3 , $x, " ห้า" , " หก") ;
show_pass_value();
?>
    ผลลัพธ์
จำนวนพารามิเตอร์ 6
>> ใช้ฟังก์ชัน func_get_arg
พารามิเตอร์ที่ 0 ค่า: one
พารามิเตอร์ที่ 1 ค่า: two
พารามิเตอร์ที่ 2 ค่า: 3
พารามิเตอร์ที่ 3 ค่า: 4
พารามิเตอร์ที่ 4 ค่า: ห้า
พารามิเตอร์ที่ 5 ค่า: หก
>> ใช้ฟังก์ชัน func_get_args
พารามิเตอร์ที่ 0 ค่า: one
พารามิเตอร์ที่ 1 ค่า: two
พารามิเตอร์ที่ 2 ค่า: 3
พารามิเตอร์ที่ 3 ค่า: 4
พารามิเตอร์ที่ 4 ค่า: ห้า
พารามิเตอร์ที่ 5 ค่า: หก
*********
จำนวนพารามิเตอร์ 0
*********








ตัวอย่าง : การส่งตัวแปรแบบ array เข้าไปในฟังก์ชัน ด้วย PHP